เสียงแผ่นดิน…….

( ย้อนรอย รำลึก 46 ปี แห่งการล้มลับ ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้เสมอเหมือนบิดาคนหนึ่ง ของข้า)

๒ ฟ้าเฟียด

โคลงห้า

           ฟ้าแล้งลวก                       เปลวลาม

อิสานทราม                                  ทรุดไหม้

ตาเว็นวาม                                   วับพลุ่ง

น้ำแล้งไข้                                   ขอดหาย

            ดินแห้งผาก                    เพียงผง

ท่งเคยเขียว                                ขาดข้าว

แดนแคมดง                               ดับเงียบ

ฮ้อนอูดอ้าว                               อาบไฟ

               ไม้ร้างทุ่ง                   ทึมเซา

เหงาเงียบปาน                           ปิดฟ้า

ใจเพียงเผา                                ผงผาก

ไห้อาบหน้า                               ต่างฝน

( ศัพท์อิสาน: ท่ง-ทุ่ง  แคมดง-ริมดง  ฮ้อนอูดอ้าว-ร้อนระอุอ้าว  )

โคลงสี่สุภาพ

                  ทุกทางท้องทุ่งพื้น                   ไพศาล  นี้ฤา

เกรียมกรอบคือไฟผลาญ                            ลวกซ้ำ

น้ำเพียงหยดเดียวพาน                               พบยาก  แท้เด

เหลียวแห่งใดเห็นน้ำ                                 ย่อมน้ำตาคน

วิชชุมมาลาฉันท์

                    กูศรีอิสาน ตระหง่านง้ำหล้า         โคตรกูทำนา แต่ดึกดำบรรพ์

กูเว้าซื่อซื่อ ใจถือสัตย์มั่น                               กูเกลียดอาธรรม์ รักความเป็นธรรม

                  กูฮักเวียกการ เฮ็ดงานงุดงุด         ว่องไวไถฮุด ฝ่าแดดไถดำ

แข็งงานคืองัว บ่กลัวกรากกรำ                         สองขาเป็นลำ ด้วยแรงแกร่งไกร

                 ที่นากูมี สมศรีศักดิ์คน                  แต่กูอับจน เจ็บอยู่กลางใจ

กูไร้น้ำฟ้า ผืนนาคือไฟ                                  อา….คนกับไถ คอยฟ้าถ่าฝน

( ศัพท์อิสาน เวียกการ-งานการ  ไถฮุด-ไถดะ  ไถดำ-ไถแปร )  ถ่าฝน-คอยฝน( ข้าเพิ่มเติม )

โคลงสี่สุภาพ

             แต่………………

             แม้ฟ้าจักเฟียดฟื้น                       ไฟพราย  พลุ่งฤา

แม้หมดฝนกำจาย                                    เจิ่งหล้า

แม้นาจักคือทราย                                   โทรมทรุด  ลงฤา

คนบ่แพ้พ่ายฟ้า                                       ปล่อยฟ้าบันดาล

ยานีลำนำ

             สิ้นน้ำบ่สิ้นหวัง                      ที่ใดยังพอทนทำ

แทงนาด้วยไม้นำ                               เอากล้าซุกลงรูทราย

             “ปักหลุ้ง” ในทุ่งแล้ง              ที่หลอมลนแทบละลาย ( แม่เคยใช้ไม้ไผ่ปัก หยดเมล็ดข้าว ต้นกล้าวิธีนี้ )

เหงื่อผุดอยู่พรายพราย                       ดั่งฝนพรมลงพร่างพรู

              พื้นนาและแนวเนิน             จะงามเกินด้วยเหงื่อกู

น้ำฟ้าไม่นองฟู                                  เท่าน้ำแรงนี้ไหลริน

             ปักหลุ้งไว้คอยท่า                ถนอมกล้าไว้คอยกิน

ปักกล้าไว้คาดิน                              คงน้ำฟ้าจักมาเยือน

( ศัพท์อิสาน ปักหลุ้ง-วิธีทำนาของอิสานในยามแล้ง ใช้ไม้แหลมแทงดินทรายให้เป็นรู

แล้วปลูกกล้าลงทีละหลุม เพื่อรอฝน ถ้าฝนไม่ตกก็ยืนตายคาหลุมไป )

 ( จาก เสียงแผ่นดิน ของ จิตร ภูมิศักดิ์ )

…………………………

จากภูพานถึงบ้านดง

 

 

Advertisements