ยามเช้า……หนาวน้ำค้างกลางม่านหมอก

สัญญาณบอกฝนลาฟ้าสดใส

ปุยเมฆขาวเคลื่อนคล้อยลอยผ่านไป

เสียงนกไพรกู่ร้องก้องพนา

 

ดอกข้าว…….พลิ้วไสวอาบไออุ่น

กลิ่นหอมกรุ่นละมุนรื่นชื่นใจข้า

วสันต์ผ่านเหมันต์เยือนฝนเลือนลา

เย็นกายาคราลมหนาวเข้าทายทัก

 

ลมเปลี่ยนทางนกยางถลามาเป็นหมู่

หากินอยู่กับฝูงควายได้ประจักษ์

งามท้องทุ่งฝูงนกยางช่างงามนัก

คิดปองรัก..ชนบท..หมดหัวใจ

 
f

 

กระแสสินธุ์ รินไหล ไปไกลลับ

เช่นเดียวกับ ใบไม้หล่น บนเขาลี้

วันและเดือน เคลื่อนลด จนหมดปี

หาได้มี หวนย้อน จรกลับมา

 

ถึงอาทิตย์ ตกลับ กลับขึ้นใหม่

ก็หาใช่ วันเก่า ที่เราหา

ล้วนต่างจาก พรากลับ กับเวลา

และเคลื่อนคลา เร็วรี่ ทุกวี่วัน

 

จากเดือนอ้าย กลายเดือนยี่ ปีเลขใหม่

มีสิ่งใด แน่วแน่ มิแปรผัน

อาลัยหนา อาลัยล้ำ เกินจำนรรจ์

กับวารวัน อันพอชื่น ฟื้นชีวิต

 

ปียังลา ฟ้ายังเปลี่ยน เทียนยังดับ

ข้าน้อมรับ กับชะตา ฟ้าลิขิต

เรื่องหวั่นหวาด อาจมีแน่ แต่น้อยนิด

และไม่คิด วอนขอ ต่อสิ่งใด.

บ้านไพรใกล้เช้า

กาเหว่าโหยร้อง

แว่วเสียงครวญก้อง

รำพันพิลาป

 

ยินเสียงหวลหา

น้ำตาไหลอาบ

ซึมซับกำซาบ

กับห้วงเวลา

 

ย้อนคิดคำนึง

ถึงวันก่อนเก่า

วันที่ตัวเรา

สุขสันต์หรรษา

 

มีแม่เป็นฉัตร

ป้องปัดนานา

อบอุ่นเกินค่า

หาใดไหนปาน

 

แต่วันเวลา

กลืนคร่าทุกสิ่ง

มิเคยหยุดนิ่ง

กลืนแม้สังขาร

 

โศกซมชีวิต

ดวงจิตร้าวราน

เกินทนเกินทาน

กับการเป็นคน

 

กาเหว่าเช้านี้

หามีที่หยุด

ร่ำร้องโศกสุด

ดุจเจ้าหมองหม่น

 

คนที่นิ่งฟัง

ยังทุกข์เกินทน

ทั้งนกทั้งคน

ล้วนจนปัญญา.

กาเหว่าร้อง กู่ไกล จากชายทุ่ง

หมอกใกล้รุ่ง ห่อหุ้ม คลุมบ้านป่า

ฝูงนกยาง เหินเวหน บนนภา

เจ้านกกา ออกหากิน ตามถิ่นตน

ตะวันสาย ปลายนา ไม่ว้าเหว่

ทุยเขาเก เลียบรอบ ขอบไพรสณฑ์

แทะเล็มหญ้า เป็นอาหาร สำราญชนม์

มิเหลือบยล คนนั่งแล ชะแง้ตาม

ท้องทุ่งนา เพลานี้ เปลี่ยนสีแล้ว

ดูเพริศแพร้ว รองเรือง เหลืองอร่าม

ผลผลิตแห่ง แรงงาน อันแสนงาม

เพียรพยายาม ยากเข็ญ เป็นรวงทอง

ลมเหน็บหนาว เข้าทักทาย กายสะท้าน

ทรวงหวั่นหวั่น วูบไหว ให้หม่นหมอง

ฤดูเปลี่ยน เวียนผัน ตามครรลอง

โอกาสจ้อง ถอยลด……หดสั้นลง..

                                       หลงมนต์ความมืด

หรีดเรไร เริงร้อง ทำนองเสนาะ

เดินลัดเลาะ สุมทุม พุ่มพฤกษา

บนเวหน ไร้เงา เจ้าจันทรา

มีดารา สุกใส ในม่านดำ

 

นกแสกร้อง กู่ไกล ในความเงียบ

ค่อยย่างเหยียบ เปรียบแมวไพร ไร้เสียงย่ำ

จิตว่างว่าง อย่างคนบ้า หาจดจำ

และดื่มด่ำ ความเดียวดาย ไร้ตัวตน

 

ทุกข์ทั้งผอง กองไว้ ที่ในทับ

มาเดินนับ ลมหายใจ ไม่สับสน

ด้วยหลงไหล ในช่วงยาม ความมืดมน

ที่กลืนคน สรรพสิ่ง นิ่งนิทรา

 

ดึกสงัด น้ำค้างพรม ไร้ลมพัด

จำต้องตัด ใจจร จากก่อนหนา

ความมืดเอ๋ย ขอเผยย้ำ คำสัจจา

เจอะเจอข้า อีกหนอ คืนต่อไป…

 

Advertisements