จุดไต้ย้อนตะวัน บนลานศิลป์ โดย คนบ้านย้อนตะวัน ยาจกโซๆแห่งอิสานใต้

แนวไพร

ถ้าท่านนั่งนิ่ง  เงียบงันไม่เอ่ยปาก

จะมีเรื่องราวใดเหลือไว้ให้อนุชนเล่าขาน

ถ้าท่านกักตัวเองอยู่ในแนวไพรป่าทึบ

แสงสว่างแห่งปรีชาญาณจะฉายแสงออกมาได้อย่างไร

ซากศพย่อมมิอาจเข้าถึงหนทางและความจริง

สายลมและหมอกนำความเจ็บไข้และความตายมาสู่

นำวัวดินมาเทียมไถในทุ่งหิน

และท่านจะไม่มีโอกาสเห็นวันเก็บเกี่ยว.

( ขุนเขายะเยือก บท ๔๓ )

สถานที่ซึ่งข้าพเจ้าไปใช้ชีวิต

ช่างเปลี่ยวร้างห่างไกลสุดที่จะพรรณนา

แม้ยามลมสงบเถาวัลย์รุงรังยังสั่นไหว

แม้ไร้หมอก  ป่าไม้ก็ยังมืดครึ้ม

ใครเลยทำให้สายน้ำในลำธารระริกระรินส่งเสียง

เหตุใดมวลหมอกจึงอบอวลหนาแน่น

ถึงยามเที่ยง  เมื่อนั่งอยู่ในกระท่อม

ข้าพเจ้าค้นพบว่าดวงอาทิตย์เพิ่งไขแสง.

( ขุนเขายะเยือก บท ๓๖ )

 

ข้าพเจ้านอนเพียงลำพังใต้เงื้อมผา

ที่ซึ่งละอองหมอกอบอวลจวบจนยามสาย

ถึงแม้ที่อยู่อาศัยจะมืดครึ้ม

แต่จิตใจกลับโปร่งใสอิสระ

ในความฝันข้าพเจ้าท่องเที่ยวผ่านประตูสวรรค์

ดวงวิญญาณเดินข้ามสะพานหิน

ข้าพเจ้าได้สละทุกสิ่งซึ่งเป็นเครื่องถ่วงหนัก

โกกโกก  โกกโกก เสียงน้ำเต้าแห้งกระทบกิ่งไม้.

*มีคนสงสารผู้สันโดษที่เห็นท่านใช้มือวักน้ำดื่มจึงมอบน้ำเต้าใส่น้ำให้ใบหนึ่ง

แต่หลังจากใช้มันเพียงครั้งเดียวก็แขวนมันไว้กับต้นไม้และเดินจากไป ปล่อยให้มันแกว่งไกว

กระทบกับต้นไม้ในสายลม

( ขุนเขายะเยือก บท ๓๒ กวีนักพรต ฮั่นชาน ผู้รจนา พจนา จันทรสันติ ถอดความ )

 

มีงานเลี้ยงของเศรษฐีในห้องโถงใหญ่

จุดไต้ตามไฟสว่างไสวทุกแห่งหน

เมื่อมีคนหนึ่งผู้ซึ่งขัดสนจนยาก

คลานมาที่มุมสว่างเพื่อแบ่งปันแสง

ใครเลยจะคาดคิดว่าพวกคนรวยจะขับไล่เขา

กลับไปสู่ซอกมุมอับมืดของตน

” ประหลาดแท้  ที่มีจิตใจคับแคบมุ่งร้าย

โหดร้ายเกินกว่าที่จะแบ่งปัน

แม้เศษเสี้ยวของความสว่างที่หลงเหลือ.

( ขุนเขายะเยือก บท ๒๕ )

ความแตกต่าง

ท่านล่อหมูหูฉลามจนลงพุง

เราผักบุ้งน้ำปลาร้าจนตาฟาง

…………………………….

จิตรภูมิศักดิ์ยลเห็นเป็นเช่นนี้

ด้วยเพราะมีเส้นแยกจำแนกอย่าง

คนรากหญ้าฝ่าฟันมันทุกทาง

ค่าแรงต่างห่างชั้นเกินบรรยาย

กี่สิบชาติมิบังอาจทัดเทียมฟ้า

ทำไมหนามันห่างล้นจนใจหาย

ขึ้นเงินเดือนข้าทางการงานสบาย

พวกของขายขึ้นราคาใครหน้ามืด

คนรับจ้างใช่ไหมใคร่ถามหน่อย

ที่โศกสร้อยน้ำตาปริ่มยิ้มจืดๆ

ถูกจองจำย้ำตรึงถูกขึงพึด

จนขึ้นอืดเหม็นคลุ้ง…ถึงกรุงไกร

ท่านประชุมรับเบี้ยเรือนร้อยพัน

มันต่างชั้นชวนฉงนจนสงสัย

แค่สามร้อยยังขัดขามาขุ่นใจ

เถอะจำไว้ให้ศึกษาทุ่งสังหาร

ชนวนใดความโหดร้ายได้ปรากฎ

ใช่เพระหมดความทนจนห้าวหาญ

ลุกรานรอนสอนบทเรียนเปลี่ยนกระดาน

จนลือลั่นความโหดร้ายไม่ธรรมดา

พึงสังวรย้อนคิดสักนิดหนึ่ง

แล้วจะซึ้งความสลดหมดโทสา

มีล้นเหลือเผื่อผู้ไร้ใจเมตตา

ดินกับฟ้า…เอื้อเสริมส่งจึงยงยืน.

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: