จุดไต้ย้อนตะวัน บนลานศิลป์ โดย คนบ้านย้อนตะวัน ยาจกโซๆแห่งอิสานใต้

คิดถึงจำลา…ใต้ฟ้าเดียวกัน (กลอนหก )

พบเห็นหมาน้อยที่หน้า

วิทยบูรพาบางแสน

ความทุกข์ย่างเท้าเข้าแทน

ฤทัยอัดแน่นโศกทรวง

กังวลวุ่นวายไร้สุข

คิดขุกทุกข์ใจใหญ่หลวง

อาหารหล่อเลี้ยงทั้งปวง

คิดห่วงหนักหนา…หมาน้อย

พักพิงชีวีที่นั่น

โศกศัลย์รุมเร้าเศร้าศร้อย

ทุกข์โหมโถมบุกสุขถอย

เศร้าสร้อยโศกาอาดูร

จำจากพรากลับกลับบ้าน

วันวารจารใจไม่สูญ

ความทุกข์บุกเสริมเพิ่มพูน

น้ำอุ่นหลั่งลา..อาวรณ์

ขุนเขายะเยือกและม่านไพรในสายฝน ( ฉันท์ ผสม กาพย์ยานี )

   ขุนเขาในสายฝน      ยลเห็นเช่นสายหมอก  

ยิ่งแลยิ่งช้ำชอก           ตอกย้ำความระทม

   คือความจริงของชีวิต     ยิ่งคิดยิ่งขื่นขม

ทำไฉนมิให้ตรม     อินทร์พรหมโปรดเมตตา

   สายฝนเพลานี้     กับขุนเขาที่ตรงหน้า

สัจธรรมคือเวลา     ที่นำพาพบและพราก

   ให้ก่อเกิดกำเนิดขึ้น     และสูญหายมลายจาก

ทำใจนั้นแสนยาก     ยามเมื่อพรากจากไกลลับ ( 3มิ.ย.49 )

   โอ้ศาสนาช่วยข้าด้วย     โปรดเถิดหนาช่วยมาดับ

ความเศร้าโศกคณานับ      ที่โถมทับมาทักทาย

   ความหวังดั่งขุนเขา     ความจริงเล่าใช่เรื่องง่าย

 สัจธรรมคือมลาย     ล้วนสูญหายเมื่อถึงกาล

   คือความจริงของชีวิต    เมื่อวัยเราเดินทางผ่าน

ซึมซับไปตามกาล     พร้อมสังขารที่โรยรา

   ชีวิตก็คือทุกข์     เกิด แก่ ตาย ไข้ มรณา   ( กาพย์ )

ทุกผู้ต้องพบพา     ยากลี้หน้าหลบเลี่ยงไกล

   ขุนเขาที่ว่าแกร่ง     ในสักวันคงแพ้พ่าย

สายฝนที่หล่นราย     ยังหยุดหายเมื่อถึงกาล

   ทิวเขาลำเนาไพร     ที่ยลเห็นบนทางผ่าน

ต้องมีบทอวสาน     ไปตามกาลและเวลา

   ความทุกข์ระทดท้อ     ที่ห่อหุ้มคลุมกายา

สักวันหนึ่งข้างหน้า     คงกล่าวลาไปผ่อนพัก

   ข้าคงประสบสุข     แม้เพียงน้อยคอยประจักษ์

ความสุขมาทายทัก     ขับทุกข์หนักให้เบาบาง.

กลับบ้าน..อิสานใต้ ( กาพย์ ผสม กลอน )

   กลับบ้านกลางม่านฝน     ที่รินหล่นมาร่วมทาง

เหม่อมองนอกหน้าต่าง (รถ )    ตลอดทางด้วยใจจ่อ

   คิดถึงแม่ และแมวหมา     วัวของข้าอีกนั่นหนอ

สามวันที่คอยรอ     ด้วยใจท้อทุกข์ทรมาณ

   ไร่สวนที่ผ่านตา     จรจากลากลับถิ่นฐาน

บ้านนาถึงกันดาร     ลูกอิสานยังซึ้งใจ

   ถึงแดดจะแผดร้อน     ถึงดินดอนจะแล้งไร้

ไออวลแห่งสายใย     ตราตรึงใจให้โหยหา

   ราบสูงอิสานใต้     กำเนิดกายเติบใหญ่มา

ซาบซึ้งอยู่ทุกครา     โอ้บ้านนามาตุภูมิ

   ตื่นตนปนยินดี     ใจข้านี้เต้นตุม ตุม

ความทุกข์ที่รุกรุม     ดั่งไฟสุมมอดดับสลาย

   กลับบ้านมาครานี้     ขนของดีมามากมาย

ปลาทะเลและผลไม้     เอามาให้แม่ได้ลิ้ม

   เพื่อนบ้านและผองญาติ     มิให้พลาดต้องได้ชิม

ปิติใจเอิบอิ่ม     นั่งกระหยิ่มยิ้มตลอดทาง

   รถแล่นเลยปราสาท     มิพลั้งพลาดใกล้หน้าต่าง

เขม้นแลมิละวาง     ชะแง้พลางตระเตรียมของ

คล้องกระเป๋าเข้ากับร่างอย่างยินดี

สารถีหยุดขับเคลื่อนลาเพื่อนพ้อง

ถึงบ้านแล้วเร็วไวสมใจปอง

ลาพี่น้องผู้ร่วมงานกลับบ้านตน

เพื่อนร่วมยากเห่าหอนมาต้อนรับ

เช่นกันกับแม่ของเราเฝ้าพร่ำบ่น

ชะแง้รอคอยลูกด้วยทุกข์ทน

ห่วงกังวลสารพัดอึดอัดใจ

ประนมมือนบไหว้ใจแสนสุข

ความพันผูกยากพรรณนาออกมาได้

รู้แต่เพียงดีใจล้นท้นหทัย

สุขสดใสเต็มเปี่ยมเยี่ยมอีกครา

กลับคืนเรือนเยือนต่างถิ่นเป็นสิ้นสุด

จึงขอหยุดการเล่าไขไว้ก่อนหนา

เรียบเรียงถ้อยร้อยถักอักษรา

เป็นภาษาคำกานท์จารไว้เอย.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: