จรจากที่ราบสูง

นิราศร้างห่างแม่ไกลให้โศกศัลย์

ห่วงแสนห่วงทุกข์แสนทุกข์รุกโรมรัน

เมื่อถึงวันพรากจรอาวรณ์ลา

ยกสองหัตถ์วันทามารดาเฒ่า

ที่ตัวเราเทิดทูนรักเป็นหนักหนา

จำจากไกลใจเหี่ยวห่อทุกข์ทรมา

สามวันลาประหนึ่งเป็นเช่นสามปี

ด้วยภาระหน้าที่เกินลี้เลี่ยง

จะบ่ายเบี่ยงก็เกินงามตามวิถี

ตัดสินใจแม้อาวรณ์จำจรลี

จันทร์สิบสี่พฤษภาแรมลาไกล

คิดถึงแม่ แมว วัว หมา อาวรณ์ห่วง

ไกลลับล่วงเป็นห่วงแท้ทุกข์แค่ไหน

อกเอ๋ยอกขื่นขมตรมฤทัย

จำพรากไกลกล้ำกลืนฝืนอุรา

กำเนิดมามีห่วงบ่วงคล้องร่าง

ไม่มากอย่างด้วยจางหายซึ่งตัณหา

มีเพียงแม่ หมา วัว แมว ดั่งแก้วตา

และสัตว์สาที่ทุกข์ทนบนปฐพี

เรียบเรียงร้อยถ้อยนิราศอาจผิดแผก

ดูแปลกแยกแหกคอกนอกวิถี

ถ้อยรำพึงรำพันรักจักมิมี

ด้วยเหตุที่แปลกคนอย่าสนใจ

ขอวันทาครูบาแลอาจารย์

ศิษย์สืบสานสรรสร้างแนวทางใหม่

แผ้วถากถางเส้นทางดั่งหวังไว้

ขออภัยสาธุสะ ณ ที่นี้

ออกเดินทางเมื่อรุ่งรางย่างทายทัก

พร้อมผองพรรคผู้ร่วมเยือนเหมือนน้องพี่

ทั้งหญิงชายไปด้วยกันสำคัญมี

ท่านหัวหน้าผู้ใจดีมีเมตตา

รถแล่นเร็วจากมาลาราชภัฏ

แล่นผ่านวัดสองสองหัตถ์บนบานว่า

อธิฐานขอพรจรจากลา

หลวงปู่สามคุ้มผองข้าอย่ามีภัย

ขอฝากแม่แก่ชรามารดาเฒ่า

ที่อยู่เหย้าโปรดคุ้มครองผองภัยให้

อย่ามีทุกข์อย่ามีเหตุเพทภัยใด

เยี่ยมกรายใกล้อาจหาญถึงมารดร

ใช้เส้นทางใหญ่น้อยเกี่ยวร้อยเชื่อม

ไกลเกินเงื้อมยังเอื้อมถึงซึ่งสิงขร

แสนสะดวกใช่โม้เขื่องเรื่องสัญจร

รวบตัดตอนจรลาลับตาพลัน

รอยรำลึก: ดาวแดงแห่งศรัทธา ( จุดไต้ย้อนตะวัน ความฝันอันสูงสุด )

มาถึงเมืองไกลโพ้นโนนดินแดง

เป็นเมืองแห่งเลือดแดงอาบทาทาบฝัน

มิตรสหายแม้ต่างวัยเคยโรมรัน

ที่มาดมั่นเส้นชัยต้องได้ครอง

แสงไต้เอ๋ย..คิดหาญกล้าท้าสุริยัน

สองมือมั่นป่ายปีนเข้าเราทั้งผอง

ทั้งน้ำตาและเลือดหล่นบนถิ่นทอง

เมื่อพี่น้องหันหน้าเข่นฆ่าฟัน

ถึงร่วมถิ่นร่วมชาติร่วมภาษา

แต่นัยน์ตายลอีกอย่างต่างสีสัน

อันความคิดผิดแผกแตกต่างกัน

ที่มาดมั่นเส้นชัยต้องไปถึง

เมื่อบาดหมางเจ็บปวดรวดร้าวเหลือ

หลั่งเลือดเพื่อเหตุใดตรองให้ซึ้ง

ล้วนสายเลือดนักสู้ทังกูมึง

ที่ครั้งหนึ่งวงศาร่วมฝ่าฟัน

ผนึกชนปนเชื้อเพื่อรวมชาติ

เด่นผงาดบนแหลมทองครองเขตขัณฑ์

ระบือเลื่องกระเดื่องล้นจนปัจจุบัน

ที่เราท่านอยู่อาศัยนามไทยแลนด์

เมื่อฟ้าสูง แผ่นดินต่ำเป็นธรรมดา

คลื่นประชาอยากปลดแอกที่แบกแน่น

หวังว่าฟ้าที่มืดมัวทั่วดินแดน

จะทดแทนด้วยดาวแดง..แห่งศรัทธา

แต่ความฝันก็คือฝันมันไม่ใช่

อันน้ำน้อยย่อมแพ้พ่ายแก่ไฟป่า

เหมือนจุดไต้..ย้อนตะวัน ฝันเลือนลา

ประจักษ์ฟ้าอยู่สูงนัก..จากแผ่นดิน

โนนดินแดงย้ำเตือนถึงเพื่อนสหาย

ที่ล้มตายมลายลับดับสูญสิ้น

ทิ้งซากศพทบทับกับแผ่นดิน

เลือดหลั่งริน..รดใจข้า มาช้านาน

หมู่เมฆ แมกไม้ ทิวเขา ( กลอนหก )

หมู่เมฆลอยล่องท่องฟ้า

ไคลคลาเวหนพ้นผ่าน

เหม่อมองเมฆเหงาร้าวราน

เนิ่นนานทุกข์ตรมขมใจ

ส่ำสุขมิเคยยินยล

หมองหม่นตรมช้ำร่ำไห้

ทุกข์ถ้วนหวนห้อมล้อมไว้

เมื่อใดจักจางห่างลา

เมฆน้อยลอยไปหนไหน

ช่วยนำทุกข์ไปเถิดหนา

เหน็ดเหนื่อยทุกข์ท้อทรมา

กายาทรุดโทรมอมทุกข์

เหลือบแลหมู่ไม้ไพรพฤกษ์

สำนึกในใจได้สุข

บรรเทาความเศร้าเร้ารุก

ปลอบปลุกชีวิตชีวา

เหม่อมองขุนเขายาวเหยียด

สูงเรียดเฉียดรอบขอบฟ้า

ลิบลิบแลไกลสุดตา

นำพาให้หลงงง งวย

วิสัยเถื่อนเด่นเช่นเรา

เสพเอาธรรมชาติแสนสวย

ความคิดดื่มด่ำร่ำรวย

เต็มด้วยสีสันงานศิลป์

ตาพระยา – วัฒนานคร

รถแล่นเลียบขอบประเทศเขตไพรพฤกษ์

จดจารึกพงพนาภูผาหิน

ผ่านบ้านไพรไกลผองคนเฝ้ายลยิน

น้ำตารินรันทดหมดความอาย

ณ แดนดินถิ่นนี้มีเรื่องเล่า

ครั้งวัยเยาว์ยังจดจำไม่จางหาย

สมรภูมิรบเดือดเลือดกระจาย

ทั้งฝั่งซ้ายฝั่งขวาน้ำตานอง

ศึกภายในทวยราษฎร์ขาดที่พึ่ง

เปรียบประหนึ่งไฟสุมเตาเผาพวกพ้อง

อพยพหลบสิ้นพึ่งถิ่นทอง

มารวมกองอาศัย ณ ไทยแลนด์

กัมพูชาแดงเดือดเลือดคุกกรุ่น

ซากศพพรุนถมทับนับแสนแสน

ผู้อพยพล้นหลามตามชายแดน

ความหวาดหวั่นเคียดแค้นอัดแน่นทรวง

บ้างพลัดญาติอนาถหนอพรากพ่อแม่

บ้างเฒ่าแก่อ่อนระโหยวัยโรยร่วง

เหตุก่อเกิดกำเนิดหนจากผลพวง

ชนทั้งปวงแบ่งแยกแผกการยล

มีชนะมีปราชัยในการศึก

ความเหิมฮึกสยดสยองชวนพองขน

ผู้ชนะอวดศัดดาคร่าผองคน

เกิดคลื่นชนอพยพหลบความตาย

ตาพระยาจุดมรณะปะทะเดือด

นองด้วยเลือดนักรบพร้อมยอมถวาย

คือชายชาติทหารแท้แม้มลาย

น้อมพลีกายป้องประเทศเขตชายแดน

ทหารกล้าหลายนายมลายลับ

พร้อมกันกับผู้ขมขื่นนับหมื่นแสน

โศกสลดสุดพรรณนาหาใดแทน

มันคับแค้นแน่นอุราน้ำตาริน

ตาพระยาวัฒนานครจากก่อนหนอ

ได้ผ่านพอเพียงนกที่ผกผิน

ไร้โอกาสเลาะเลียบเหยียบธรณินทร์

ต้องโบยบินลาไปก่อน..จรอีกไกล

นกอิสระ

เห็นนกน้อยบินเดี่ยวเที่ยวเวหา

ใจแกร่งกล้าฝ่าฟันมิหวั่นไหว

ไม่ยึดติดทรัพย์เงินทองของใดใด

เดินทางไกลอย่างองอาจมิขลาดกลัว

คิดใฝ่ฝันอยากเป็นเช่นปักษา

เช่นแมวหมาน้อยใหญ่ไม่ปวดหัว

ไม่ต้องแบกภาระไว้ให้หนักตัว

ท่องไปทั่วเขตคามตามใจเรา

ค่ำที่ไหนนอนที่นั่นมันแสนสุข

มิมีทุกข์เหมือนอุดอู้อยูในเล้า

อันเพื่อนซี้สัตย์ซื่อก็คือเงา

ที่คอยเฝ้าตามติดเป็นมิตรตน

แต่ความจริงมิเป็นเช่นที่คิด

เพราะชีวิตแปรผันมันสับสน

ที่วาดหวังเลิศวิไลในกมล

แม้สักหนมิเคยเป็นเช่นที่ปอง

ร่างถูกรุมด้วยปัญหาตามหน้าที่

ทุ่มชีวีเพื่อหยุดยั้งทุกทั้งผอง

ไร้เวลาคิดนึกคึกคนอง

อุดมการณ์เต็มทุกห้องของหัวใจ

ด้วยอยากให้โลกนี้มีแต่สุข

มิมีทุกข์วิปโยคโลกสดใส

คุณธรรมสาดส่องผ่องอำไพ

ทุกหย่อมไซร้ไร้ปัญหาความทารุณ

และอยากให้เมตตามาครองโลก

เรื่องทุกข์โศกเข่นฆ่าหายอาบไออุ่น

คนกับสัตว์เอื้ออาทรอ่อนละมุน

คิดเกื้อกูลจุนเจือเผื่อแผ่กัน

ฝันชั่วเสี้ยวหัวใจล่องคล้องกับนก

ที่โผผกเหลือบยลคนเพ้อฝัน

มีความสุขชั่วเสี้ยวยามความตื้นตัน

กับบางวันที่พบพาความปรานี

ยลฝ่าฝืนขืนขัดกับศาสนา

แย้งศาสดาผ่าเหล่าตนจนบัดนี้

คิดอยากเป็นปักษิณด้วยยินดี

มีอิสระเสรีอย่างที่ปอง

Advertisements