………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………….

นี่คือต้นไม้ที่เก่าแก่กว่าป่า

มีอายุยาวนานจนมิอาจนับประมาณ

รากของมันได้เป็นพยานถึงความเปลี่ยนแปลง

ของแผ่นดินและขุนเขา

ใบของมันได้รู้รสของลมและน้ำค้างแข็ง

โลกหัวเราะเยาะลำต้นบิดเบี้ยวพิกล

แต่ไม่ใส่ใจในเมล็ดพืชงดงามภายใน

ครั้นลอกเนื้อลอกเปลือกออก

ที่ดำรงอยู่ภายในคือแก่นแท้ความจริง.

( ขุนเขายะเยือก บท ๗๔ )

ข้าพเจ้าอยู่อย่างเกียจคร้านมาชั่วชีวิต

เกลียดชังแบบแผน  ชื่นชอบในสิ่งง่ายๆ

ผู้อื่นอาจศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์

แต่ข้าพเจ้าเพียงมีคัมภีร์อยู่ม้วนหนึ่ง

ไม่สนใจที่จะมัดไว้หรือใส่กล่อง

ไม่เดือดร้อนที่จะต้องเอาติดตัวไปหนไหน

เหมือนหมอที่รู้จักตัวยารักษาโรค

เพียงหยิบฉวยสิ่งที่มีอยู่มาช่วยเหลือโลก

เพียงเมื่อดวงจิตเป็นอิสระจากความกังวล

แสงแห่งปัญญาจึงจะฉานฉายไปทุกซอกมุมของชีวิต.

( ขุนเขายะเยือก บท ๗๕ )

บัดนี้ข้าพเจ้าหลงเหลือเสื้อผ้าอยู่ตัวหนึ่ง

ไม่ใช่ผ้าฝ้าย  ไม่ใช่ผ้าไหม

ท่านอยากรู้ไหมว่าเป็นผ้าสีอะไร

ไม่ใช่สีแดง  ไม่ใช่สีม่วง

หน้าร้อนก็ใส่เป็นชุดลำลอง

หน้าหนาวก็สวมต่างเสื้อนวม

ใส่ได้ทั้งหน้าร้อนหน้าหนาว

ปีแล้วปีเล่า  มีเพียงเสื้อตัวนี้.

( ขุนเขายะเยือก บท ๗๖   ขุนเขายะเยือก นักพรต ฮั่นชาน รจนา พจนา จัทรสันติ ถอดความ )

Advertisements