หวนรำลึกนึกถึงสืบนาคะเสถียร
ท่านพากเพียรเอื้อเฟ้อและเผื่อแผ่
ความดีนั้นข้าตราตรึงซึ้งดวงแด
ท่านดูแลปกปักพิทักษ์ไพร

เมตตาสัตว์อารีเหมือนพี่น้อง
ท่านคุ้มครองผองพนารักษาไว้
แต่น้ำน้อยคำพังเพยว่าแพ้ไฟ
คนศักดิ์ใหญ่หันหลังบีบบังคับ

ท่านเปรียบเป็นเช่นหงส์กลางดงกา
สู้ฟันฝ่าปัญหาล้นจนชีพดับ
คนดีดีสังคมไม่ใคร่ยอมรับ
จนลาลับดับชีวิตจึงคิดได้

หนึ่งกันยาที่ราวป่าเสียงกึกก้อง
หมู่แมกไม้หม่นหมองร้องร่ำไห้
ผองสัตว์ป่าทั้งมวลล้วนอาลัย
วันต่อไปใครหนอพอคุ้มครอง

ลาจากไปไกลลับไม่กลับหวน
เสียงคร่ำครวญจากป่าดงคงหม่นหมอง
ทั้งพฤกษาสัตว์ป่าน้ำตานอง
อิทธิพลมืดครอบครองเหล่าผองไพร

ท่านจากไปใครเล่าเขาเจ็บปวด
ความเคียดแค้นร้าวรวดเกินทนได้
คนดีดีพลีชีวินสิ้นชีพไป
คนจัญไรยังเย้ยฟ้าท้าธรณิน

สักวันเถอะถ้าความฝันนั้นสมมาด
ข้าจะกวาดล้างทำลายให้สูญสิ้น
พวกชั่วช้าฉ้อฉลคนโกงกิน
คนเลวเลวหนักแผ่นดินทมิฬเมือง

มีกำลังทั้งอำนาจวางมาดใหญ่
สยบใครที่คิดขวางวางก้ามเขื่อง
ลอบปลิดชีพคนฮึดสู้อยู่เนืองเนือง
ดาวยังเรืองใช่สูญสิ้นจากดินแดน

ขอวิญาณที่ลับไปอย่าได้ห่วง
ผองพฤกษ์ไพรทั้งปวงต้องสุขแสน
แผ่นดินมีผู้ประเสริฐเกิดทดแทน
ปฐพีไม่แร้นแค้นคนทำดี

ขอตั้งสัตย์ปฏิญาณสาบานไว้
เหล่าเทพไท้ให้รู้เห็นเป็นสักขี
ขออุทิศชีพเป็นเครื่องเซ่นพลี
จะปกปักรักษ์พงพีด้วยชีวิต.

( จากบันทึกการสัญจร ซอกซอนอิสานใต้ : นิราศปราสาทตาเมือนธม…สุดทางที่ชายแดน )


เสียงลือเสียงเล่าว่าเขาใหญ่
คือไศลไพรสีที่สุดท้าย
สัตว์ทุกข์ยากฝากชีพตนจนวันตาย
แต่ภัยร้ายหมายรุกกลืนผืนพนา

อนาถหนอพอศอนี้มีแต่ทุกข์
มันถึงยุคคุกคืองอบครอบผืนหล้า
ผองสัตว์ป่าพฤกษาถ้วนล้วนโศกา
เมื่อยักษาพญามารเต็มบ้านเมือง

โครงการณ์เขื่อนเคลื่อนรุกบุกผืนป่า
วิชามารผลาญคร่ามาฟุ้งเฟื่อง
อัสสุชลผู้หม่นไหม้ไหลนองเนือง
รอฟ้าเรืองวันใหม่คลายหมองมัว.

Advertisements