จุดไต้ย้อนตะวัน บนลานศิลป์ โดย คนบ้านย้อนตะวัน ยาจกโซๆแห่งอิสานใต้

รักษ์ไพร

   

สร้างไพร

ในกาลก่อนย้อนกล่าวขอเล่าไข

ถึงเรื่องราวของพงไพรในโลกนี้

ล้วนอุดมสมบูรณ์ทั่วตัวปฐพี

ผืนธรณีมีหมู่ไม้ไพรพนา

 

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกล้วน

ทั้งหมู่มวลแมกไม้พฤกษ์ไพรป่า

สัตว์น้อยใหญ่ในดงพงวนา

ทุกชีวาล้วนพึ่งพาอาศัยกัน

 

มีสิงขรมีพฤกษาธาราใส

มีนกเล็กนกใหญ่ทั่วไพรสัณฑ์

มีบุปผาดาษดานานาพรรณ

ทุกชีวันสดใสไม่ซบเซา

 

นกตัวน้อยบินแรงอ่อนร่อนถลา

เจ้าเสาะหาป่าไพรที่ไหนเล่า

ในวันนี้ไม่มีไม้ให้ร่มเงา

แม้ภูเขาสูงโด่ง….ยังโล่งเตียน

 

ธารน้ำใสเคยรินไหลแต่ไหนมา

อนิจจาคืนวันมันแปรเปลี่ยน

ฝีมือใครคงซาบซึ้งถึงกงเกวียน

เป็นบทเรียนตอบสนองผองผู้คน

 

ป่ามีเหลือกี่ไร่ในวันนี้

คงซึ้งดีถึงคุณค่าเมื่อคราหม่น

ฝนฟ้าแล้งแห้งใจหายใครทุกข์ทน

วอนผู้คนทั้งจนรวยช่วยสร้างไพร


ลิบลิบแลไกลจรดปลายฟ้า
เมฆาบางเบาราวปุยฝ้าย
เคลื่อนคล้อยลอยเรี่ยเขาอยู่เรียงราย
ทักทายปราศรัยกับไพรสณฑ์

ชลาลัยใสสดแต่คดโค้ง
เป็นคุ้งโค้งกว้างใหญ่แลไกลพ้น
เงียบสงัดยลรอบกายไร้ผองชน
เครื่องจักรกลทำงานผ่านแรงน้ำ

แสนเสียดายไร่นาทั้งป่าเขา
สัตว์ป่าเล่าเจ้าถูกไล่ใครเหยียบย่ำ
บ้านถูกรุกใครเกื้อกอบความชอบธรรม
เสียงร้องร่ำใครหนอพอยลยิน


บัดนี้ประจักษ์ตาธาราหลาก
ได้จรพรากมาเล็งแลกระแสสินธุ์
สะท้อนภาพความทุกข์ทนบนแผ่นดิน
คนต่างถิ่นซึมซับรับเอาไว้

หลายดวงหน้าได้มาเยือนเกลื่อนรอยสุข
แต่ข้าทุกข์จนเกินเอ่ยเผยออกได้
ในส่วนลึกหม่นหมองทุกห้องใจ
น้ำตาไหลบ่าเขื่อนหินถวิลวรณ์.


  ลมโชยพัดวู่หวิวใบไม้ไหว

ระริกไกวส่ายกิ่งก้านปานอัปสร

ที่กรีดกรายร่ายรำสำอางอร

อรชรยักย้ายส่ายไปมา

 

เจ้าฟ้อนรำตามทำนองลมร้องขับ

มานานนับร้อยฤดูอยู่หรรษา

หยัดยืนยงคงคู่กาลผ่านเวลา

แผ่กิ่งก้านสาขาน่าชื่นชม

 

ธรรมชาติสร้างไพรให้แก่โลก

บัดนี้โสกเศร้าหม่นหมองต้องขื่นขม

หมู่ไพรพฤกษ์ล้วนร้อนหนาวร้าวระทม

ต่างตรอมตรมอมทุกข์ยุคพัฒนา

 

ป่าไพรเอ๋ยหมองมัวกลัวโดนตัด

ให้อึดอัดไหวหวั่นพรั่นผวา

ทั้งกลัวเขื่อนกลัวนายทุนหนุนเข้ามา

รุกบีฑาฆ่าทำลายให้วายชนม์

 

ลมโชยพัดวู่หวิวใบไม้ไหว

ลมโชยพัดผ่านไปใบไม้หล่น

เจ้าดูเหงาเศร้าอดสูดูทุกข์ทน

คงหมองหม่นท้อแท้อย่างแน่นอน

 

แสนสงสารไพรสณฑ์อย่างล้นเหลือ

อยากช่วยเกื้อเมื่อตกอับช่วยดับร้อน

จึงสื่อสารความทุกข์เข็ญเป็นบทกลอน

ขอวิงวอนโปรดเมตตารักษ์ป่าไพร.

 


วารี ลึกล้ำ เกินคำนวณ
คิดใคร่ครวญ ทวนหมอกเบา ราวเยื่อไม้
เทือกเขาเด่น
ตระหง่านง้ำ กำแพงไพร
โอบธารใส เขื่อนใหญ่ ให้อาวรณ์

วิเวก เวิ้งว้าง
ช่างวังเวง
ยินเสียงเพลง จากนกไพร ใจทอดถอน
วูบสำนึก ระลึกพง
และดงดอน
ในกาลก่อน มิย้อนหวน คิดทวนทบ

สรรพสัตว์ พฤกษา
นานาพันธุ์
กลางไพรสัณฑ์ สายธารา มาบรรจบ
บริสุทธิ์ สดใส
ยามได้พบ
ช่วยฝังกลบ ความรุ่มร้อน ให้ผ่อนคลาย

มิช้านาน โครงการเขื่อน
เริ่มเคลื่อนตัว
ฟ้าสลัว เมฆทมึน กลืนหมู่ไม้
สรรพสัตว์ พรากพลัด
กระจัดกระจาย
ป่าวอดวาย กลายเป็นน้ำ อันล้ำลึก

ผลิตไฟฟ้า คุ้มค่าไหม
ส่วนได้เสีย
สุดละเหี่่ย เพลียใจ เมื่อได้ตรึก
อันความคิด สวนทาง
ต่างสำนึก
ความรู้สึก ชั่วดี มีต่างกัน

มนุษย์นี้ ที่แท้
เห็นแก่ตัว
เดือดร้อนทั่ว วิปโยค เศร้าโศกศัลย์
ผองสัตว์ไพร หลายชีวี
หนีไม่ทัน
พลีชีวัน สังเวยร่าง กลางวารี

หมู่มนุษย์ มีศาล
วานตัดสิน
สัตว์ทั่วถิ่น พฤกษา พนาสี
มีศาลใด คอยชูค้ำ
นำชีวี
หรือยุติธรรม คำนี้ มีเพื่อคน..









ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: