จุดไต้ย้อนตะวัน บนลานศิลป์ โดย คนบ้านย้อนตะวัน ยาจกโซๆแห่งอิสานใต้

ปลายทางที่ภูมิโปน

ผองเพื่อนที่ร่วมเดินทางมีดังนี้…
แพ็ต…..พัชรินทร์     น้อย….พรรณลัดดา    เหลิม…มารินทร์
  
เริ่มสัญจร มงคลฤกษ์ เบิกเวลา
ปีท้ายห้า กุมภาพันธ์ ที่ยี่สิบสี่
จุดหมาย กำหนดวาง อย่างดิบดี
ปลายทางที่ ภูมิโปน โนนโบราณ
  
เพื่อนที่ไป ในครั้งนี้ มีสามคน
หนึ่งเจ้าแพ็ต หน้ามล คนคมหวาน
ทั้งเจ้าเหลิม ผู้พริ้มเพรา เยาวมาลย์
และเจ้าน้อย นงคราญ แห่งบ้านนา
 
รวมเป็นสี่ กับเรา เจ้าคนทุกข์
คิดหาญบุก แดนโบราณ ด้วยหรรษา
หวังซาบซึ้ง กับสถาน ผ่านเวลา
ตามประสา ยาจก สัญจรเยือน
 
ก่อนเดินทาง วันทา อำลาแม่
เป็นห่วงแท้ หาใคร ใดมาเหมือน
แม่อย่าเศร้า บ่ายบ่ายนะ จะคืนเรือน
ลูกและเพื่อน เดินทางไกล ไปไม่นาน
 
ประนมกร วอนหลวงปู่ ช่วยดูแล
ลูกฝากแม่ โปรดพิทักษ์ รักษาท่าน
วอนคุ้มครอง อย่าให้ภัย มาแผ้วพาน
ลูกกราบกราน ด้วยศรัทธา บูชานัก
 
เจอกันที่ ศาลเจ้า เรานัดพบ
มาบรรจบ มิรวนเร คิดเหหัก
สัญจรไกล ต่างตรองตรึก ไม่ยึกยัก
โอ้เพื่อนรัก อย่ารั้งรอ เร่งจรลี
 
ถึงสังขะ สามโมงกว่า หาซื้อของ
ชวนเพื่อนพ้อง ทานอาหาร กันเร็วรี่
หาพาหนะ เดินทางไป ในทันที
สี่ชีวี มีที่หมาย สู่ปลายทาง
 
ปราสาทเก่า เนานาน ผ่านเวลา
เก่าหนักหนา เราผองเพื่อน ใคร่เยือนบ้าง
นามภูมิโปน สนใจ ไม่รู้จาง
กำหนดวาง ประเดิม เริ่มสัญจร
 
รอโดยสาร สุดสาย ไปลันแต้
เราชะแง้ จนเหนื่อยหน่าย ใจทอดถอน
ในฤทัย คนึงนิจ คิดอาวรณ์
ห่วงมารดร ที่อยู่เหย้า จะเฝ้าคอย
 
รถโดยสาร คันหนึ่งแน่น แล่นมาจอด
เราชักปอด ที่นั่งไร้ ใจละห้อย
ต้องโหนราว ท้ายรถไว้ ไม่สำออย
เรา เจ้าเหลิม แพ็ตและน้อย พลอยหมดแรง
 
ร้อนก็ร้อน เมื่อยก็เมื่อย เราเหนื่อยหน่าย
แต่ทนได้ เพื่อเยือนสถาน โบราณแห่ง
ประวัติศาสตร์ ยุคสมัย ได้เปลี่ยนแปลง
เหลือเป็นแหล่ง ตำนาน ลูกหลานชม
 
สองข้างทาง ไม่สดสวย ด้วยหน้าแล้ง
หญ้ากรอบแดง ไอร้อนไหว ไม่สวยสม
ไฟลามทุ่ง ป่าละเมาะ เพราะแรงลม
เห็นแล้วตรม ขมฤทัย ไม่อยากยล
 
หนองเก็บน้ำ เหลือน้ำ อยู่น้อยนิด
บ้างแห้งสนิท น้ำหลบเร้น ไม่เห็นหน
กระท่อมน้อย มุงแฝกคา ประสาจน
ผองผู้คน อยู่เบาบาง ห่างห่างกัน
 
ป่าไม้ ถูกถากดาย กลายเป็นไร่
สลดใจ ให้วิโยค เศร้าโศกศัลย์
เห็นควายเลีย ลูกน้อย พลอยตื้นตัน
เอ็นดูมัน คิดอารี ปรานีนัก
 
รถแล่นผ่าน โค้งไป ไม่ละลด
ทึ่งไปหมด หมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งประจักษ์
มีร้านรวง คนไปมา ดูคึกคัก
ฉงนหนัก มองถนน ยลแล้วงง
 
ด้วยแลมัน ทันสมัย เพราะใช้บล็อค
เป็นดวงดอก ปูงดงาม ตามประสงค์
เหลียวชะแง้ แลชะโงก กับโฉมยงค์
แม่อนงค์ เฉิดเฉลา เจ้ามารินทร์
 
รถมาจอด ณ ย่าน หมู่บ้านหนึ่ง
เรายังทึ่ง ถนนอยู่ มิรู้สิ้น
เจ้าแพ็ตเปล่ง สำเนียง เสียงได้ยิน
ให้รีบผิน ลงรถา อย่าช้ากัน
 
ลงจากรถ เร็วไว แล้วจ่ายเงิน
เร่งดำเนิน ไปทางซ้าย ที่หมายมั่น
ถึงภูมิโปน เร็วไว ในฉับพลัน
ด้วยปรางค์นั้น อยู่ใกล้ถนน คนสัญจร
 
ยังมิได้ ชมสถาน ตระหง่านงาม
เพราะนงราม เจ้าแพ็ตบอก มิยอกย้อน
แวะบ้านเพื่อน ก่อนเก่า เจ้าอ้อนวอน
มิตัดรอน ตามใจ เราไปกัน
 
เพื่อนเจ้าแพ็ต หาอยู่ไม่ ไปบางกอก
แม่เธอบอก ให้ทราบความ ไปตามนั้น
พวกเราอยู่ สนทนา คราเที่ยงวัน
จึงอำลา แม่เพื่อนพลัน พากันเดิน
 
ดำเนินย้อน ทางเก่า เป้าหมายที่
ปราสาทศรี ก่อนเก่า เขาสรรเสริญ
สร้างนานเนา กาลผันผ่าน นานเหลือเกิน
นับห่างเหิน ปัจจุบัน พันกว่าปี
 
จารึกไว้ บอกบ่ง อย่างองอาจ
ระบุมหา ศักราช สี่สามสี่
ตรงกับพุทธ ศตวรรษ สิบพอดี
ปรางค์ที่นี่ เก่ากว่าใคร ในไทยแลนด์
 
ศิลปสมัย ไพรกเม็ง เปล่งอำนาจ
เด่นผงาด อวดศักดา มานานแสน
เป็นพยาน ประจักษ์สิ้น ในดินแดน
ก่อนคือแคว้น รุ่งเรือง เมืองโบราณ
 
ปรางค์ปราสาท หันหน้าสู่ เบื้องบูรพา
สูงสง่า น่าทึ่งแท้ แลอาจหาญ
ผ่านวันคืน เวลา มาช้านาน
จนล่วงผ่าน ปัจจุบัน พันกว่าปี
 
องค์ปรางค์ สร้างด้วยอิฐ สนิทแน่น
ส่วนแบบแปลน ย่อมุมองค์ ปรางค์ทรงศรี
ศิลาแลง วางเป็นฐาน มั่นคงดี
ทั้งยังมี ทับหลัง ปรางค์บริวาร
 
แต่กรมศิลป์ ที่หก ได้โยกย้าย
สู่พิมาย พิพิธภัณฑ์ แหล่งสถาน
รวมทับหลัง มากโข ล้วนโบราณ
จึงบอกขาน เฉลยไข ให้ได้รู้
 
ปรางค์เหนือสุด ชำรุด เหลือแต่ฐาน
กับช่องทวาร โดดเด่น มองเห็นอยู่
ทางทิศใต้ ใกล้ปรางค์กลาง ย่างเยื้องดู
กับโฉมตรู ผู้พริ้มเพรา เจ้ามารินทร์
 
มีฐานแลง โดดเด่น มองเห็นได้
ฐานอะไร ยังไม่แจ้ง คลางแคลงถวิล
สูงเกือบเมตร คิดฉงน เดินยลยิน
พิศกี่ครั้ง ยังมิสิ้น ที่แคลงใจ
 
ด้านหน้าปรางค์ มีต้นตาล ตระหง่านงาม
เป็นเขตคาม เหมือนว่า ปราการไม้
ตาลเป็นแนว แถวเรียงกัน ใบสั่นไกว
ยามลมพัด เหมือนว่าใคร มาร่ายรำ
 
ดำเนินยล จนถ้วน ชักชวนเพื่อน
กลับคืนเรือน เถิดนะเสี่ยว เดี๋ยวจะค่ำ
ต่างเห็นชอบ ไม่ขัดใจ ให้ระกำ
ต้องขอลา อาลัยล้ำ จำติดตรึง
 
นั่งรอรถ ไม่นาน เห็นผ่านมา
มิชักช้า รีบเร็วไว จะได้ถึง
เรือนสถาน เกรงมารดา ข้ารำพึง
คิดคนึง ห่วงใย จากไกลมา
 
เดินทางกลับ ใช้เวลา หาช้าไม่
ถึงเมืองใหญ่ เวลาบ่าย สามโมงกว่า
ก่อนแยกย้าย มิลืมเอ่ย เผยวาจา
โอกาสหน้า เราผองเพื่อน เยือนอีกที
 
กลับถึงบ้าน เร็วไว ไม่ชักช้า
เห็นมารดา รอท่า แสนสุขศรี
ลูกเป็นห่วง แม่ท่วมท้น ล้นฤดี
จรลี ไปกราบกราน มารดาเรา
 
จึงขอจบ คำเล่าขาน การสัญจร
มีผิดพลาด ขอวอน ด้วยยังเขลา
ที่ตรงไหน ไม่เข้าท่า อย่าว่าเอา
อ่านคลายเหงา ให้สำราญ เบิกบานพอ.
 
งานชิ้นนี้เขียนขึ้นขณะศึกษาปีสองจ้า
 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: